ช่อง 3 พร้อมเดินหน้าสู้ศึกทีวีดิจิตอลปี 2561

239

ช่อง 3 พร้อมเดินหน้าสู้ศึกทีวีดิจิตอลปี 2561

ช่อง 3 ตลอดการเดินทางอันยาวนานถึง 48 ปี บนเส้นทางอุตสาหกรรมสื่อโทรทัศน์ไทย บนสนามการแข่งขันของทีวีดิจิตอลที่มีดุเดือดอยู่ตลอดเวลา พฤติกรรมผู้บริโภคที่มีความเปลี่ยนแปลงไป สื่อออนไลน์และเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น วันนี้มาพูดคุยกับ คุณชาคริต ดิเรกวัฒนชัย หัวหน้าคณะผู้บริหารสายกิจการองค์กร บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ถึงทิศทางก้าวต่อไปและโอกาสของ ช่อง 3 ที่จะเกิดขึ้นในปี 2561

ต้องเข้าใจความต้องการของคนดู

“ภาพรวมของทีวีดิจิตอล หลายคนคงเห็นว่ามีการแข่งขันสูง และมีทีวีหลายช่อง ต่างคนต่างก็พยายามที่จะดึงคนดู มีเรื่องดีๆ มีของดีๆ เพราะฉะนั้นผลประโยชน์ทั้งหมดก็จะตกอยู่ที่คนดู แต่อย่างไรก็ตาม การแข่งขันที่สูงทำให้เราจะต้องมีความชัดเจนในการทำงานมากขึ้น คงไม่สามารถที่จะวางคอนเทนต์โดยไม่มีกลยุทธ์ได้   สิ่งที่เราทำก็คือมองลูกค้าเป็นสำคัญ เรียกว่าการทำงานแบบ Customer Centric ทำให้ผู้ชมเป็นศูนย์กลางในการตัดสินใจและก็วางแผนของเรา สิ่งเหล่านี้เป็นหลักการที่ใช้ผู้ชมเป็นหลักเพื่อวางแผนกลยุทธ์ แล้วนำไปใช้กับละคร และรายการต่างๆ เพื่อให้โดนใจผู้ชมให้มากที่สุด  การแข่งขันมันจะขึ้นอยู่กับตรงนี้ว่าใครจะสามารถเข้าใจผู้ชมได้มากกว่า นำเสนอสิ่งที่ผู้ชมต้องการได้มากกว่า ก็จะเป็นผู้ที่ได้ส่วนแบ่งของตลาดได้มากขึ้น หรือว่าส่วนแบ่งของผู้ชมได้มากขึ้น”

การแข่งขันในสนามทีวีดิจิตอล

คุณชาคริต กล่าวว่า”การแข่งขันก็คงรุนแรงขึ้น แต่ละช่องก็คงมีประสบการณ์มากขึ้น เพราะฉะนั้นก็ยังคงความเข้มข้น ยังคงมีการแข่งขันกันมากขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่จะเห็นในทีวีดิจิตอลเลยก็คือแต่ละช่องจะมีกลเม็ด มีจุดเด่น มีหมัดเด็ดของตัวเองที่จะเอาออกมาสู้กัน  สำหรับช่อง 3 ในงาน เปิดวิกบิ๊ก 3 ทุกคนจะได้เห็นงานที่มีคุณภาพของเรา จะได้เห็นละครที่กำลังจะออกอากาศ ถือว่าจุดเด่นและจุดแข็งช่อง 3 เพราะเรามีดาราที่อยู่ในกระแสและกำลังเป็นกระแสเยอะ มีผู้จัดละครที่มีความสามารถ นอกจากนี้เรายังพัฒนารายการข่าวอีกด้วย เพราะเป็นสิ่งที่แฟนๆช่อง 3 คอยติดตามชมอยู่ตลอด

ออฟไลน์และออนไลน์ต้องไปด้วยกัน

“เดี๋ยวเราจะมีกิจกรรมออกมาเรื่อย ๆ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เราจะเห็นได้ชัด ๆ ส่วนหนึ่งเลยก็คือว่า ผู้ชมอาจจะชมทั้งออนไลน์และก็ออฟไลน์ไปพร้อม ๆ กัน พบว่าพฤติกรรมของบางคนเนี้ยเขาดูออฟไลน์ด้วย แต่จริง ๆ ออฟไลน์เนี้ยเป็นสิ่งที่เขาชอบที่สุด เพราะได้ดูตามคนอื่น ได้ดูพร้อมคนอื่น แล้วภาพที่ออกมา เสียงที่ออกมา มันชัดเจนมาก เพราะฉะนั้นคนจะดูออฟไลน์ แต่หลาย ๆ ครั้งด้วยสภาพแวดล้อมของชีวิตการทำงาน พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไป ทำให้ไม่สามารถที่จะอยู่หน้าจอได้ เขาก็จะไปดูออนไลน์ ดังนั้นออนไลน์กับออฟไลน์ต้องเป็นสิ่งที่เสริมกัน เราจึงมี Mello.me เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่คนดูสามารถที่จะไปดูละคร-รายการต่างๆของช่อง 3 ได้ตลอดเวลา  นี่เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นใน Mello ของเรา และนอกจากนี้ก็จะมีแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่เราจะไปร่วมมือเป็นพันธมิตรกัน”

โอกาสต่อยอดทางธุรกิจ

“ผมว่าในธุรกิจของเรา เรื่องคอนเทนต์ยังเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด คือคนดูยังคงดูรายการ ดูคอนเทนต์ แม้ว่าเขาจะดูผ่านช่องทางไหนก็ตาม ไม่ว่าจะหน้าจอทีวี บนออนไลน์ หรือแบบสตรีมมิ่งก็ตาม ตัวคอนเทนต์ก็ยังเป็นตัวที่สำคัญที่สุดอยู่ เพราะฉะนั้นโอกาสทางธุรกิจคือการทำคอนเทนต์ให้แข็งแรง เป็นที่สนใจและอยู่ในกระแสตลอดเวลา ส่วนอื่น ๆ ก็คือเพิ่มช่องทางการรับชมให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของผู้ชม อย่างในช่วงปลายปีที่แล้วก็เริ่มขายคอนเทนต์ไปยังต่างประเทศกัมพูชา กับทางสถานี PNN ถือเป็นก้าวแรกที่เราเดินในแถวนี้ก่อน เพราะผู้ชมที่นั่นเขารู้จักดาราช่อง 3 อย่างดีเลย เพราะที่ผ่านมาเขาอาจจะแอบชมบ้างหรือว่าดึงสัญญาณ ทำให้ดูไม่ชัด ถือเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้นำละครของเราไปฉายแบบเต็มตัวให้คนที่นั่นได้ชมกันแบบจุใจ นอกจากนี้ยังมีโอกาสอื่นๆ ทั้งการจัดออนกราวด์ กิจกรรมต่างๆ ที่จะพาดาราไปพบปะกับแฟนๆละครได้มากขึ้น”

อนาคตของช่อง 3 ในยุคทีวีดิจิตอล

“ต้องยอมรับว่ายังไงก็ตามช่อง 3 ยังเป็นช่องทีวีหลัก สิ่งที่ต้องพูดถึงคือผู้ชมพูดถึงพวกเราก็คือเรื่องของงานละคร  ละครเป็นจุดเด่น ถึงแม้ว่าจะมีหลาย ๆ คน พยายามจะทำมาชิง ตอนนี้เราก็ยังโลดแล่นเป็นที่ 1 ในกรุงเทพฯ พยายามทำให้ดีที่สุด  เพราะฉะนั้นจุดเด่นของเราก็คือเรื่องละคร ส่วนรายการข่าวก็ยังเป็นสิ่งสำคัญ  ถึงแม้ว่าตอนนี้ข่าวจะเยอะมาก มีสำนักข่าวออนไลน์ต่าง ๆ เยอะแยะ แต่สำหรับคนดูยังคงมองว่าข่าวของช่อง 3 เป็นสิ่งสำคัญ แน่นอนเป็นข่าวที่ถูกต้อง เป็นข่าวที่มีความน่าเชื่อถือมากกว่า  อย่างไรก็ตามเราก็ยังเป็นสื่อหลัก แล้วก็เป็นสื่อที่มีความสำคัญต่อผู้ชมในโลกความบันเทิง ทั้งต่อแฟน ๆ ของเราในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างละคร ดาราหรือแฟนคลับต่าง ๆ และที่สำคัญคือต่อสังคมด้วย เพราะว่ารายการของเราไม่ใช่แค่ให้ความบันเทิงอย่างเดียว หลาย ๆ รายการได้คำนึงถึงสังคม เราคำนึงถึงการพัฒนาและเติบโตในสังคมด้วย เพราะฉะนั้นทุกอย่างก็ยังถือว่าเรายังมีความสำคัญ และจะยังมีหน้าที่สร้างความสุขให้กับผู้ชมและอยู่คู่คนไทยตลอดไป…”